
เอาใจสายรถมือสอง
มีใครเป็นเหมือนกันบ้างที่ถูกอกถูกใจกับรถมือสองมากกว่ารถมือหนึ่ง จึงทำให้การซื้อรถมือสองนั้นมีความนิยมกับคนในปัจจุบันเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากในเรื่องของรูปลัหษณ์ภายนอกของรถมือสองที่ดูเก๋ ดูดี ดูวินเทจแล้วก็เป็นเรื่องความสบายของราคา ที่มีความถูกกว่าว่ารถมือหนึ่งมากถึงครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว
จึงไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่นิยมซื้อรถมือสอง แต่การซื้อรถมือสองนั้นก็ต้องเต็มไปด้วยความระวังที่หลากหลาย โดยเฉพาะในเรื่องของห้องเครื่องยนต์ ที่จะต้องมีการหมั่นเช็คและดูแลอย่างเป็นประจำ เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่ารถมือสองที่เราซื้อมานั้นเคยผ่านจุดที่เจออะไรมาบ้าง และไม่มีทางที่ห้องเครื่องยนต์ของรถมือสองจะใหม่และสมบูรณ์แบบเท่ารถมือหนึ่งอย่างแน่ และเพื่อความปลอดภัยต่อตัวเองในการใช้รถและเพื่อนร่วมท้องถนน เรามาดูวิธีการเช็คห้องเครื่องยนต์รถมือสองว่ากันดีกว่าว่ายังโอเคไหม
How to เช็คห้องเครื่องยนต์รถมือสองว่ายังโอเค
1. จำเป็นต้องศึกษาห้องเครื่องก่อนจะเดินทางไปดูรถรุ่นนั้น ๆ ซึ่งปัจจุบันหาข้อมูลได้ไม่ยาก เพราะห้องเครื่องของรถยนต์แต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่นไม่เหมือนกัน
2. เมื่อได้รถเก่ามาแล้ว อย่าขับเร็วแรง ออกตัวตัวด้วยความไว หากยังไม่ได้ซ่อมชิ้นส่วนเหล่านี้ให้เรียบร้อยก่อน เพราะในรถเก่าอาจจะมีปัญหาที่เกิดจากซีลข้อเหวี่ยงและโอริง ทำให้น้ำมันซึมออกมาที่หน้าเครื่องได้
3. วิธีการดูสภาพรถคันนั้นว่าก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร เคยผ่านอะไรมาไหม ให้เช็คที้สายไฟ เพราะถ้าไม่เคยมีการรื้อถอดหรือซ่อมระบบไฟฟ้า หรือปรับแต่งรถผิดไปจากมาตรฐาน สายไฟนั้นจะมีความเป็นระเบียบ
4. เช็คสายพานทามมิ่ง เพราะหากว่าสานพานทามมิ่งขาด จะทำให้เครื่องพังเสียหายได้ แต่ในรถยนต์บางรุ่นจะใช้โซ่แทนสายพานซึ่งมีความทนทานสูง ไม่ต้องเปลี่ยน (อยู่ในพลาสติกสีขาว) แต่รถบางรุ่นในส่วนนี้ก็ยังมีสายพานไทม์มิ่งและอุปกรณ์อื่น ๆ อยู่ และหากไม่มีประวัติการซ่อม จะต้องเปลี่ยนให้เรียบร้อย
5. ในรถเก่าที่ไม่เคยมีประวัติการเปลี่ยนสายพานทามมิ่ง และน้ำในหม้อน้ำมีสีแดง มีสนิม ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในคราวเดียวเลย
6. สายพานหน้าเครื่องมีหลายเส้น ต้องทำการส่องดูให้ชัดเจน ว่าสายพานแตกหรือไม่ เก่ามากแค่ไหน โดยอาจสอกส่องจากการใช้ไฟฉาย เป็นต้น
7. เช็คดูความสมบูรณ์ของข้อต่อต่าง ๆ
8. เครื่องยนต์ที่ดีต้องแห้งสนิท ไม่มีคราบน้ำมัน แต่หากว่ามีคราบน้ำมันเยิ้มออกมาให้สันนิษฐานก่อนเลยว่ารถกำลังมีปัญหากับความร้อนหรือปะเก็น ทำให้ฝาสูบโก่ง ผิวสัมผัสไม่เรียบ น้ำมันเครื่องซึมออกได้ หรือมีน้ำมันเยิ้มตามรอยต่อ ระหว่างปะเก็นฝาสูบกับเครื่องยนต์ นั่นอาจเป็นเพราะปะเก็นเสื่อมสภาพ ให้เข้ารับการดูแลด่วน
9. คราบน้ำ คราบน้ำมันตามจุดต่าง ๆ จะบอกได้ว่า มีอะไรผิดปกติบ้าง ห้องเครื่องยนต์ที่ดีต้องแห้งสนิท อาจมีแค่ฝุ่น โคลน ดินเท่านั้น
10. ในรถเก่ามากแล้วอายุเกิน 15 ปี ไม่เคยเปลี่ยนปะเก็นอ่างน้ำมัน เครื่องก็ทำให้รั่วซึมได้เช่นกัน
11. ควรเปลี่ยนน็อตไขน้ำมันเครื่องทุกครั้งที่ถ่ายน้ำมันเครื่อง เพราะหากขันไม่แน่นก็อาจทำให้น้ำมันเครื่องรั่วซึมออกมาได้เช่นกันอีก
12. ตรวจสอบการรั่วซึมของน้ำมันเครื่องในตำแหน่งหน้าเครื่องหรือสายพานต่าง ๆ เอามือแตะใต้สายพาน หากไม่มีการรั่วซึมจะต้องไม่มีคราบน้ำมันติดมือ
13. ระดับน้ำมันในกระปุกมากน้อยหรือพอดี อยู่ระหว่าง Min และ M หรือ Low และ M หรือไม่
14. พบบ่อยในรถเก่ามือสอง หากเจ้าของมีการใช้รถบ่อย ๆ แต่ไม่ค่อยมีการดูแลถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะเวลา หรือรถที่ติดแก๊ส จะมีความเครื่องยนต์จะสึกหรอเร็วกว่า ให้หมั่นตรวจสอบน้ำมันเครื่องโดยชักตัววัดน้ำมันเครื่องออกมา แล้วดูสีของน้ำมันเครื่อง ต้องออกสีน้ำตาล ปริมาณต้องมากพอ ไม่น้อยกว่าระดับที่กำหนด อยู่ระหว่าง F และ L ต้องไม่น้อยกว่า L ไม่เช่นนั้นแสดงว่า เครื่องอาจจะมีปัญหา
15. การเช็คเครื่องยนต์ว่าเครื่องยนต์สึกหรอมากกว่าปกติไหม ให้ดูจากสีของน้ำมันเครื่อง หากเป็นสีดำมาก แสดงว่าไม่ค่อยจะได้ถ่ายน้ำมันเครื่อง หรือไม่ถ่ายตามระยะ
16. หากมีลักษณะเหมือนมีน้ำปน (ต้องวัดหลังจากดับเครื่องสักพักใหญ่) แสดงว่าเครื่องยนต์มีปัญหาน้ำสามารถเข้าไปผสมกับน้ำมันเครื่องได้
17. เหล็กวัดน้ำมันเครื่องเมื่อดึงออกมาให้เอากระดาษทิชชู่ซับ ถ้าเป็นตะกอนสีดำมาก หรือมีความดำและข้นมาก แสดงว่าเครื่องเริ่มหลวมแล้วจะเห็นได้ชัดในรถจักรยานยนต์
18. ดูใต้ท้องรถมีน้ำมันเยิ้มหรือไม่ ดูให้ออกว่าน้ำมันมาจากจุดใดบ้าง เพราะจะบอกได้ว่าจุดใดมีปัญหา เช่น ใต้ห้องเครื่องมีน้ำมันเยิ้มใต้ตำแหน่งสาย พานแสดงว่ารั่วซึมจากหน้าเครื่อง อาจจะเป็นโอริง หรือซีลหน้าเครื่อง
19. ดูยางหุ้มเพลาขับตัวในเช่นกัน จะอยู่ติดกับเครื่องยนต์ รั่วซึมต้องเปลี่ยนทั้งยางหุ้มเพลาขับและจาระบี
20. ยางหุ้มเพลาขับหากไม่มีรั่วซึมจะแห้งแบบนี้ รถเก่าอายุเกิน 10 ปี หรือ รถใช้งานหนักมีโอกาสรั่วซึมของจาระบี สามารถตรวจสอบได้ไม่ยาก ก้มดูใต้ห้องเครื่องก็มองเห็นได้ทันที
21. สำหรับรถที่ใช้พวงมาลัยพาวเวอร์ รถยนต์มือสองบางยี่ห้อ บางรุ่นราคาแพงมาก หลายหมื่นบาท จึงต้องตรวจสอบให้ดี ตัวอย่างพวงมาลัยพาเวอร์รั่วซึม ให้ดูไล่จากพวงมาลัยมายังด้านล่าง ใกล้ตำแหน่งล้อหน้าขวาว่าปกติดีไหม
22. ใต้ห้องก็เป็นส่วนที่ไม่ควรมองข้าม เช่น ยางหุ้มเพลาขับตัวนอกติดกับล้อรถ สำหรับรถยนต์ขับหน้า อาจฉีกขาด มีจาระบีหลุดออกมาหรือไม่ ปกติจะต้องแห้งไม่เปียก
ของแบบนี้ต้องหมั่นเช็ค
สรุปได้ว่าเมื่อคุณได้รถบนต์มือสองมา สิ่งที่ควรทำอย่างแรกเลยไม่ใช่การเร่งเครื่อง ขับด้วยความไวแสงตั้งแต่ครั้งแรก แต่ควรเช็คสภาพห้องเครื่องยนต์ว่ายังอยู่ในลักษณะที่โอเคไหม สภาพห้องเครื่องที่ดี เครื่องยนต์ต้องแห้ง ไม่มีน้ำมันรั่วซึม เยิ้ม หรือแม้ใต้ท้องเครื่องก็เช่นกัน
เว้นแต่ในรถเก่าที่มีอายุเกิน 15 ปีแล้ว อาจจะมีอาการดังที่ว่า ซึ่งก็ต้องตรวจสอบว่าเกิดจากซีลโอริงหรือปะเก็น หากเกิดจากชิ้นส่วนเหล่านี้เปลี่ยนก็หายขาด แต่หากเกิดจากเครื่องยนต์มีปัญหาก็ต้องดูคันใหม่
ชิ้นส่วนต่าง ๆ ดังที่กล่าวมาทั้งหมดในรถที่เก่ามากแล้ว อาจจะมีรายการต้องทำเยอะมาก แต่ทำแล้วจบ ใช้งานได้อีกนานหลายปี ก็คุ้มกับเงินที่ต้องจ่ายเพื่อความปลอดภัยต่อตัวเองและรถที่คุณรัก การเช็คห้องเครื่องยนต์จึงเป็นสิ่งที่ควรหมั่นทำอยู่เรื่อย ๆ
