รถยนต์ร้อนขึ้นเกิดจากอะไรแก้อย่างไรดี

รถยนต์ร้อน

หากคุณสังเกตได้ว่ารถยนต์ร้อนขึ้นผิดปกติ ไม่สามารถขับต่อไปได้ แต่ไม่แน่ใจว่าเกิดจากปัญหาอะไรหรือแก้ด้วยวิธีไหนดี ให้คาดเดาได้เลยว่าเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนั้นอันดับถัดไปจำเป็นต้องทำการตรวจสอบว่าสาเหตุจริง ๆ ในการทำให้รถยนต์ร้อนขึ้น คือ อะไร ค่อยตามมาด้วยการมองหาแนวทางการแก้ไขอย่างถูกต้อง

รถยนต์ร้อนขึ้นเกิดจากอะไรได้บ้าง

มีอยู่ด้วยกันหลายสาเหตุ เช่น

1. น้ำในหม้อน้ำแห้งหรือต่ำกว่าระดับมาตรฐาน

ส่งผลให้ระดับความร้อนเพิ่มสูงขึ้น

2. ชิ้นส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกับการระบายความร้อนมีปัญหา

เช่น ใบพัดหม้อน้ำ และส่งต่อสร้างความเสียหายกับชิ้นส่วนอื่น ๆ ตามมาด้วย

3. มีสิ่งสกปรกอุดตัน 

โดยเฉพาะบริเวณรังผึ้ง (ในหม้อน้ำ) ส่งผลให้ความร้อนสูงขึ้นเมื่อรถมีการเคลื่อนที่

4. ระบบระบายความร้อนผิดปกติ 

เช่น มีการรั่วซึมของน้ำในระบบหล่อเย็น ท่อน้ำรั่วหรือแตก หม้อน้ำรั่วหรือแตก เป็นต้น 

วิธีการรับมือ

หากพบว่ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ความร้อนเพิ่มสูงขึ้น มีวิธีการรับมือ ดังนี้

1. มองหาที่จอดรถข้างทางและดับเครื่องยนต์ทันที 

เปิดฝากระโปรงรถเพื่อระบายความร้อนและหลีกเลี่ยงการนำน้ำราดบนเครื่องยนต์เพื่อระบายความร้อนแบบผิด ๆ เด็ดขาดเพราะจะยิ่งเสี่ยงเกิดอันตราย

2. จอดพักประมาณ 15 – 20 นาที

หรือรอจนกว่าความร้อนจะลดลงค่อยทำการตรวจสอบสาเหตุที่ทำให้เพื่อป้องกันอันตราย โดยเฉพาะหม้อน้ำ หากไม่รอให้เย็นก่อนและเปิดทันทีอาจเสี่ยงโดนแรงดันน้ำที่มีความร้อนสูงลวกมือได้ 

3. ทำการเปิดฝาหม้อน้ำและลองเติมน้ำที่อยู่ในระดับมาตรฐาน

หากพบว่าไม่มีความผิดปกติใด ๆ เกิดขึ้น เช่น หม้อน้ำน้ำลดลงผิดปกติ เติมแล้วยังลดอีก และอุณหภูมิคงที่สามารถขับต่อไปได้ (ต้องเฝ้าระวังระดับความร้อนตลอดเวลาด้วย)

4. หากมีความจำเป็นต้องขับต่อควรมีจุดแวะพักเป็นระยะ

เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามไปยังชิ้นส่วนอื่น ๆ ภายในตัวเครื่องเป็นปัญหาใหญ่ตามมา

แนวทางการป้องกัน

เจอปัญหาข้างต้นวิธีการรับมือที่ดีที่สุด คือ ป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยใช้วิธีการดูแลรักษาหม้อน้ำตามความเหมาะสม

  • เติมน้ำสะอาดลงในหม้อน้ำเท่านั้น โดยต้องมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำทิ้งเป็นประจำประมาณ 4 – 6 เดือนต่อ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสะสมของคราบสนิมหรือน้ำมัน
  • ตรวจดูระดับน้ำทุกครั้งก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ เช่น รถอายุเกิน 5 ปี ควรตรวจสอบทุก ๆ 2 – 3 วัน รถยนต์ใหม่อายุไม่เกิน 5 ปีควรตรวจสอบอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
  • หมั่นตรวจสอบสายผ่านหน้าเครื่องเพื่อไม่ให้หย่อนหรือตึงเกินไป และพยายามทำความสะอาดดิน โคลน หรือคราบน้ำมันต่าง ๆ เพื่อให้การระบายความร้อนมีประสิทธิภาพ
  • หมั่นเช็กพัดลมระบายความร้อนอย่างสม่ำเสมอ เพิ่มความมั่นใจว่ายังคงอยู่ในสภาพดี ไม่แตกหัก หรือชำรุดเสียหาย เพราะหากไม่อยู่ในสภาพเต็มร้อยอาจส่งผลต่อการระบายความร้อนในหม้อน้ำได้

แน่นอนว่าการเจอเหตุการณ์รถยนต์ความร้อนสูงขึ้นอาจทำให้ใครหลายคนเกิดความวิตกกังวล ไม่รู้ว่าจะรับมือยังไงแต่ขอให้รู้เอาไว้ว่าเป็นเรื่องที่สามารถแก้ไขได้เพียงแค่ตั้งสติ เมื่อพบความผิดปกติให้หาพื้นที่จอดรถบริเวณข้างทาง รีบติดต่อช่างเข้ามาช่วย และไม่จำเป็นต้องตรวจสอบหรือแก้ไขด้วยตนเองหากไม่มีความรู้เพื่อความปลอดภัย